พระราชพิธีฯแรกนาขวัญ สร้างเชื่อมั่นเกษตรกรไทย

Top 10  :  10 พ.ค. 2560
ความเชื่อมั่น, พระราชพิธี, แรกนาขวัญ, สร้าง, เชื่อมั่น, เกษตรกร, พระราชพิธีฯแรกนาขวัญ, พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ทำขวัญพืชพันธุ์ สร้างเชื่อมั่นเกษตรกรไทย

           กล่าวสำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ถือเป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทย โดยมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งเป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนา อันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันพระราชพิธีอื่นๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหกหรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น 

           พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มี 2 พระราชพิธี รวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พิธีไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

             จะเห็นว่านับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเรื่อยมา งานแรกนาขวัญมีแต่เพียงพิธีทางศาสนาพราหมณ์เท่านั้น จนกระทั่งถึงรัชสมัยของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงได้จัดพระราชพิธีพืชมงคลรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีชื่อเรียกรวมกันว่า “พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ”

            หากย้อนดูประวัติความเป็นมาการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปรากฏว่าได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ.2479 แล้วว่างเว้นไปจนกระทั่งในปี พ.ศ.2503 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชพิธีขึ้นใหม่และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน ด้วยเห็นว่าเป็นการรักษาพระราชพิธีอันดีงาม มีผลในการบำรุงขวัญและจิตใจของเกษตรกรไทย

             ในปี 2560 นี้ ปฏิทินหลวงได้กำหนดให้ วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม เป็นวันสวดมนต์เริ่มการพระราชพิธีพืชมงคลภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และวันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม เป็นวันประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

             ในแต่ละปีได้มีการกำหนดว่า ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา คือ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งในปี 2560 นี้คือ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา ส่วนผู้ที่มาทำหน้าที่เป็นเทพีหาบทองและหาบเงิน ได้คัดเลือกจากบรรดาข้าราชการหญิงโสด ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีตำแหน่งตั้งแต่ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโทขึ้นไป

           ส่วนหลักเกณฑ์การคัดเลือกเทพีในแต่ละปีจะดูที่ความเหมาะสมต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ที่เป็นทางการคือ โสดและได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว ที่ไม่เป็นทางการคือ อายุพอสมควร สุขภาพดี ส่วนสูงพอเหมาะหรือสูงใกล้เคียงกัน 

           สำหรับในปีนี้เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.นันทินี ทองคงเหย้า นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และ น.ส.ฉมาพันธ์ สุพรมอินทร์ นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ น.ส.นันทวัน สุวรรณสถิตย์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กรมชลประทานและ น.ส.พรพิมล ศิริการ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร

             ส่วนพระโคที่ใช้ในการประกอบพระราชพิธีในปีนี้ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการคัดเลือกพระโคตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม คือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวของลำตัวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่าย ไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาและขวัญหลังถูกต้องตามลักษณะที่ดี กีบและข้อเท้าแข็งแรง ถ้ามองดูด้านข้างของลำตัวจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม งานพระราชพิธีทุกปีจะเตรียมพระโคไว้ 2 คู่ ปีนี้ พระโคแรกนา ได้แก่ พระโคเพิ่ม และพระโคพูล ส่วนพระโคสำรอง ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

               สำหรับพันธุ์ข้าวที่ใช้ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งผู้คนที่มาเฝ้าดูงานพระราชพิธีบริเวณท้องสนามหลวงทุกเพศทุกวัยจะกรูกันเข้าไปยังลานแรกนา เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวกลับไปเป็นสิริมงคลนั้น นับตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้มาจากแปลงนาในสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำขึ้นเพื่อเก็บเกี่ยวเป็นพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานสำหรับไว้ใช้ในงานพระราชพิธีนี้โดยเฉพาะ 

             ในปี 2560 นี้เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ใช้ในพระราชพิธีมีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2,865 กิโลกรัม ประกอบด้วย ข้าวนาสวน 8 พันธุ์ (ปทุมธานี 1, สังข์หยดพัทลุง, ขาวดอกมะลิ 105, กข 57, กข 41, กข 61, กข 6, ทับทิมชุมแพ) ข้าวไร่ 3 พันธุ์ (ดอกพะยอม, ซิวแม่จัน และลืมผัว) ส่วนหนึ่งใช้หว่านในระหว่างพระราชพิธี และจัดเป็น “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” บรรจุใส่ซองขนาดเล็กเพื่อจัดส่งให้จังหวัดต่างๆ สำหรับแจกจ่ายแก่เกษตรกรรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพตามพระราชประสงค์ และเมล็ดพันธุ์ที่เหลือทั้งหมด กรมการข้าวขอพระราชทานพระราชานุญาตนำไปปลูกไว้ทำพันธุ์ในฤดูกาลปี 2560 เพื่อเป็นต้นตระกูลของพืชพันธุ์ดีเผยแพร่สู่เกษตรกรต่อไป

              การเสี่ยงทายในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แต่ละปีนั้นประกอบด้วย 2 ช่วง คือ ช่วงแรกพระยาแรกนาจะตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งทับผ้านุ่งเดิม เป็นผ้าลายมีด้วยกัน 3 ผืน คือ หกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ ผ้านุ่งนี้จะวางเรียงบนโตกมีผ้าคลุมเพื่อให้ พระยาแรกนาหยิบ ถ้าหยิบได้ผืนใดก็จะมีคำทำนายไปตามนั้นคือ ถ้าหยิบได้ 4 คืบ พยากรณ์ว่าน้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่ ถ้าหยิบได้ 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ถ้าหยิบได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ไม่ได้ผลเต็มที่ 

               ส่วนช่วงที่ 2 คือ ภายหลังจากการไถหว่านซึ่งจะเป็นการไถดะไปโดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดินให้เป็นก้อน ไถโดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดินให้ละเอียดพร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์พืช และไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดพันธุ์พืชลงในดิน เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการไถแล้วจะเป็นการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่งตั้งเลี้ยงพระโค ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ และหญ้า เมื่อพระโคกินของสิ่งใดโหรหลวงจะถวายคำพยากรณ์ ดังนี้ 

              ถ้าพระโคกินข้าวหรือข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี ถ้าพระโคกินถั่วหรืองา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และถ้าพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้นทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

            ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลเป็น “วันเกษตรกร” นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมา 

เปิดตัว16เกษตรกรดีเด่น

สำหรับในปี 2560 นี้ เกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกได้รับรางวัลและยกย่องประกาศเกียรติคุณ พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติ มีดังนี้

เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ

1.อาชีพทำนา ได้แก่ นายภาณุสิทธ์ มั่นคง บ้านเลขที่ 209 หมู่ 3 ต.ชอนไพร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

2.อาชีพทำสวน ได้แก่ นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 5 ต.เขาใหญ่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่

3.อาชีพทำไร่ ได้แก่ นายวีนัด สำราญวงศ์ บ้านเลขที่ 141 หมู่ 13 ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

4.อาชีพไร่นาสวนผสม ได้แก่ จ่าสิบโทสุทิน ทองเอ็ม บ้านเลขที่ 65 หมู่ 3 ต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย

5.อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ได้แก่ น.ส.บัวไข เติมศิลป์ บ้านเลขที่ 151 หมู่ 2 ต.ห้วยบง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

6.อาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ น.ส.วาสนา กุญชรรัตน์ บ้านเลขที่ 74/1 หมู่ 8 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

7.อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ได้แก่ นายกรเกียรติ พรมจวง บ้านเลขที่ 19 หมู่ 11 ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

8.อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย ได้แก่ นายสุทธิ มะหะเถา บ้านเลขที่ 66 หมู่ 3 ต.บางนาง อ.พานทอง จ.ชลบุรี

9.อาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้แก่ น.ส.นภาภรณ์ จิวะสุรัตน์ บ้านเลขที่ 16/31 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

10.อาชีพปลูกสวนป่า ได้แก่ นางพิกุล กิตติพล บ้านเลขที่ 8 หมู่ 4 ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง

11.สาขาบัญชีฟาร์ม ได้แก่ นางสุดใจ ชมพูมี บ้านเลขที่ 144 หมู่ 3 ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

12.สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นายสมหมาย ธรรมกิจ บ้านเลขที่ 115 หมู่ 15 ต.ควนเมา อ.รัชฎา จ.ตรัง

13.สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม ได้แก่ นายมงคล ธราดลธนสาร บ้านเลขที่ 411 หมู่ 16 ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

14.ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ นายเสมอ หาริวร บ้านเลขที่ 510 หมู่ 11 ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

15.สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ นายชาศร สาริโพธิ์ บ้านเลขที่ 251/1 หมู่ 14 ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี

16.สาขาเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ นางสมหมาย หนูแดง บ้านเลขที่ 19 หมู่ 8 ต.หนองแขม อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

 สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ

1.กลุ่มเกษตรกรทำนา ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำนานาสนุ่น ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 99/9 หมู่ 7 ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

2.กลุ่มเกษตรกรทำสวน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำสวนป่าคลอก ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 105/2 หมู่ 2 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

3.กลุ่มเกษตรกรทำไร่ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำไร่วังชะพลู ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 1/5 หมู่ 18 ต.วังชะพลู อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร

4.กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านสี่เหลี่ยมเจริญ ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 185 หมู่ 10 ต.แสลง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

กลุ่มเกษตรกรทำประมง หรือกลุ่มเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ กลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด ที่ทำการกลุ่ม ชุมชนปากน้ำ 1 เทศบาลนครระยอง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง

5.กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาบ้านด่านใหม่ ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 54 หมู่ 2 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

6.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรท่าศาลา ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 31/1 หมู่ 3 ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

7.กลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 3 เต่างอยพัฒนาศึกษา ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 5 หมู่ 6 ต.เต่างอย อ.เต่างอย จ.สกลนคร

8.กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านสะเดาซ้าย ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 67/3 หมู่ 5 ต.ห้วยน้ำหอม อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์

9.สถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานบ้านดอนรัก ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 32/2 หมู่ 2 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

10.ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านจารย์ ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 121 หมู่ 1 ต.จารย์ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ 

ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่นๆ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลแวงใหญ่ ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 83 หมู่ 5 ต.แวงใหญ่ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น  วิสาหกิจชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน ที่ทำการกลุ่มบ้านเลขที่ 130 หมู่ 4 ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน 

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ

1.สหกรณ์การเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด ที่ทำการสหกรณ์บ้านเลขที่ 82 หมู่ 1 ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง

2.สหกรณ์โคนม ได้แก่ สหกรณ์โคนมพิมาย จำกัด ที่ทำการสหกรณ์บ้านเลขที่ 64 หมู่ 13 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

3.สหกรณ์นิคม ได้แก่ สหกรณ์นิคมเนินมะปราง จำกัด ที่ทำการสหกรณ์บ้านเลขที่ 189 หมู่ 15 ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

4.สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดินชากังราว จำกัด ที่ทำการสหกรณ์บ้านเลขที่ 260 หมู่ 10 ต.วังไทร อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

5.สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขนครราชสีมา จำกัด ที่ทำการสหกรณ์บ้านเลขที่ 529/1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

6.สหกรณ์ร้านค้า ได้แก่ ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลพัทลุง จำกัด ที่ทำการสหกรณ์บ้านเลขที่ 421 ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง

7.สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ได้แก่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านป่าชิง จำกัด ที่ทำการสหกรณ์บ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 1 ต.ป่าชิง อ.จะนะ จ.สงขลา

 ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน

1.นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย

2.นายยวง เขียวนิล สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง

3.นายจำนงค์ บุญเลิศ สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น

4.นายอุทัย บุญดำ สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย

         ทั้งนี้ เกษตรกร สถาบันเกษตรกรดีเด่น และปราชญ์เกษตรทั้งหมด จะเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่รางวัลในวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2560 บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง 

                                                                                       ...........................................


เปิดอ่าน