แพท..รู้ยัง?? “สมหมาย”น่ะใช่เลย คนพันธุ์ “เสือ” 

คนในข่าว  :  18 พ.ค. 2560

แพท..รู้ยัง?? “สมหมาย”น่ะใช่เลย คนพันธุ์ “เสือ”.... เชิญติดตาม "คนในข่าว" เวบไซด์คมชัดลึก

 

          คงไม่เว่อร์ไปนะ ถ้าจะบอกว่า ถัดจาก "เซอร์ปิโก“ ก็คนนี้แหละ” แต่เป็นเซอร์ปิโกเวอร์ชั่นปราบยาฯ ก็ “ผู้การจังโก้” พล.ต.ท. สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ผู้ได้ฉายา “มือปราบไซซะนะ” จากที่สามารถสืบจับพ่อค้ายารายใหญ่ “ไซซะนะ” และเครือข่ายได้

          ”ถามว่า “ผู้การจังโก้” เจ้าของวรรคทอง ที่ได้ลั่นวาจาว่า “ผมจะทำให้มัน(พวกค้ายา) จนกว่าขอทานให้ได้” ที่สร้างเสียงชื่นชมจากคนไทยไปทั่ว เขาเป็นใคร เปิดเวบดู ปรากฎว่ามีรายงานไว้เพียบจากสื่อหลายสำนัก! แต่ลองอ่านประวัติไปเรื่อยๆ ยิ่งพบว่า ชีวิตของเขาช่างดุเดือด บู๊ล้างผลาญ ผ่านมาอย่างโชกโชน

          ถามว่าทำได้ไง! พอย้อนไปดูประวัติแรกเริ่มก็พบว่า คนนี้แซ่บมาตั้งแต่วัยเด็ก และแซ่บมาตั้งแต่รุ่นพ่อก็ว่าได้

          จากพื้นเพเดิมของครอบครัวเป็นคน อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา แต่มาเติบโตในกรุงเทพ อาชีพของบิดามารดานั้นทำการค้าขายอยู่ในตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ โดยขายพวกของทะเล อาหารแห้ง แต่ก่อนหน้านั้น เคยตระเวนขายไปเรื่อย ตามท้องสนามหลวง

          เดิมทีนั้น มีพี่น้องรวม 5 คน โดยเป็นลูกคนกลาง แต่พี่ 2 คนแรก และน้องอีกคนเสียชีวิตไปแล้ว ก็เหลือตนเองกับน้องชายอีกคน แต่ต่อมาก็เสียชีวิตตามไปอีก สุดท้ายจึงเป็นเหมือนลูกคนเดียวของพ่อแม่ จนกระทั่งบิดามาเสียชีวิตในที่สุด ตนเองจึงเหลือเพียงมารดา

          เจ้าตัวเล่าว่า บิดาของตนนั้น ครั้งที่ยังอยู่กรุงเก่า อ.มหาราช ทำงานอยู่โรงสี โดยรุ่นปู่ย่าทำปลาร้าส่งไปขายกรุงเทพฯ ทางเรือ ต่อมาในยุคที่ทางการออกกวาดล้างเสืออย่างหนัก พ่อต้องหนีไปสมัครเป็นทหาร รบในเกาหลี เพราะว่าพ่อเป็นญาติเสือขาว เสือทวย เสือเทพ แล้วพ่อก็เป็นหลงจู๊เรือบรรทุกข้าวโรงสี ค่อนข้างจะเป็นผู้ยิ่งยงแห่งลุมน้ำเจ้าพระยา ไม่กลัวใคร ไม่เกรงนักเลงบางอื่น ผู้การสมหมาย จึงซึมซับเลือดนักสู้แบบพ่อมาเต็มๆ

          ขนาดเข้าเรียนก็ยังไว้ลายเลือดพ่อ โดยพอจบประถม 4 จากเทศบาลวัดมกุฎฯ ก็ย้ายไปเรียน ป.5 ที่เซนต์จอห์น จนถึง มศ.5 แถมช่วงนั้นเรียกว่ามีเรื่องตีต่อยกับบรรดาเด็กอาชีวะอยู่เสมอ แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่มาก พอหอมปากหอมคอเช่น โรงเรียนช่างกลไทยสุริยะ โรงเรียนช่างกลไทยวิจิตรศิลป์

          แต่เส้นทางที่เลือกเดิน เขากลับหันหลังให้กับสายนักเลง มุ่งหน้าเข้าสู่ขั้วตรงข้าม ด้วยเพราะฝังใจกับการขูดรีดของนายตำรวจบางคนที่มักมาเป็นลูกค้าประจำร้านของแม่ จึงอยากเป็น “ตำรวจดี” ดูสักที

          ดังนั้น พอจบ มศ.5 ก็ไปเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยฯ รุ่น นรต.34 รุ่นเดียวกับคนดังๆ อย่าง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. หรือ บิ๊กหมู เพื่อนสนิทที่กอดคอกันมาตั้งแต่ยังอยู่ในรั้วสามพราน

          พอจบนายร้อยก็สมัครใจเลือกบรรจุเป็นตำรวจครั้งแรกในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน แต่ติดที่พ่อแม่รั้งไว้ เพราะเวลานั้นทางภาคอีสานมีคอมมิวนิสต์อยู่มาก สุดท้ายเลยไปอยู่ตำรวจภูธร ที่ สภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เพื่อความสบายใจของพ่อและแม่

          แต่ดูๆ แล้วพ่อแม่ก็คงไม่สบายใจเท่าไหร่ เพราะที่สุรินทร์ ก็มีการสู้รบอยู่กับเขมรแดง! แถมด้วยบทบาทของ “หัวหน้าหมวดโจมตี” จึงต้องเผชิญหน้าปะฉะดะกับฝ่ายเขมรแดงโดยตรง แต่ด้วยในใจ พล.ต.ท.สมหมาย มี “ขุนพันธ์” เป็นเสมือนไอดอลในการปราบโจร ใจมันเลยฮึกเหิมไม่กลัวตาย

          ต่อมาไปเป็นสารวัตร ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ราวปี 2530 สามารถปิดจ๊อบคดีสำคัญ เช็กบิล “เสือฝ้าย” หรือ สำลี โคกาอิน มือปืนชื่อดังในยุคนั้นได้

          และยังเคยมีชื่ออยู่ในทีมจับ “เล็ก ลำตะคอง” เอเย่นต์ส่งเด็กไปญี่ปุ่น ที่จับตัวได้ที่โชคชัย 4 และยังมีผลงานคดีดังอย่างคดีจับนางไก่และนางกิมเอ็ง 2 พี่น้องนักตุ๋นระดับชาติ

          จากนั้นได้ติดยศ "พล.ต.ต." ในตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนถูกโยกมารับตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ในยุคที่มีความวุ่นวายทางการเมือง แต่สร้างผลงานคุมสถานการณ์ได้ ทำให้ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ไม่ถูกเผาในเวลานั้น

          หลังจากนั้นก็ขึ้นตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ก่อนจะย้ายไปทำงานในสังกัด จเรตำรวจ และกลับมาโลดแล่นในงานด้านป้องกันปราบปรามอีกครั้ง หลัง พล.ต.ท.ฐิติราช รับตำแหน่ง ผบช.ก. ได้ดึงตัวมาช่วยงานในตำแหน่ง รอง ผบช.ก. รับหน้าที่งานปราบปรามทั่วประเทศ

          ก่อนจะได้รับการสนับสนุนจากทั้ง พล.ต.ท.ฐิติราช และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้มาทำหน้าที่ ผบช.ปส. รับผิดชอบงานด้านปราบปรามยาเสพติด! โดยเจ้าตัวบอกเลยว่า “เกลียด” ยาเสพติดที่สุด จะตั้งตัวเป็นศัตรูกวาดล้างมันให้สิ้นซาก!!

          และน่าจะเป็นที่มาของงานใหญ่ชิ้นแรก คือการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดระดับตำนานอย่าง วิจารณ์ แสนลี่ หรือ เล่าต๋า อดีตกำนันตำบลท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่พอพ้นคุกจากคดียาเสพติดไม่กี่ปี ก็หวนเข้าวงการซะงั้น!

          แต่สุดท้ายไม่รอด! เจอชุดใหญ่จาก"ผู้การจังโก้" สนธิกำลังทหารและฝ่ายปกครองจับเล่าต๋าและพวกรวม 15 คนได้พร้อมยาไอซ์ 20 กิโลกรัม เงินสดอีก 11 ล้านบาท เมื่อกลางเดือนตุลาคม 2559

          3 เดือนให้หลัง เซอร์ปิโก้สายยาฯ ก็สั่นสะเทือนวงการค้ายาอีกครั้ง ด้วยปฏิบัติการ “ชัยยะสยบไพรี60/1” บุกจับ ไซซะนะ แก้วพิมพา ราชายาเสพติดชาวลาว กลางสนามบินสุวรรณภูมิ ตามด้วยปฏิบัติการ “ชัยยะไพสยบไพรี 60/2” ขยายผลตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเครือข่ายร่วม 40 จุด รวมถึงร้านแต่งรถของ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีดาราสาว “แพท ณปภา” อีกด้วย

          ซึ่งงานนี้ยังทำให้เราได้เห็นด้านดุๆ จากการพูดจาผ่านสื่อของนายตำรวจคนนี้มากขึ้น แต่ดุเพราะต้องการให้เกิดความถูกต้องเที่ยงธรรมนะ เช่น

          “วันนี้ยังไงก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งกรณีฟอกเงิน มี 2 พ.ร.บ. คือของ ปปง. และ ป.ป.ส. ซึ่งของ ป.ป.ส. หมายถึงการสมคบฟอกเงินยาเสพติด... มันคือ ผลไม้พิษ"

          เห็นดุๆ อย่างนี้ ชีวิตอีกด้านหนึ่งของ พล.ต.ท.สมหมาย กลับชอบความสงบ เรียบง่าย โดยให้สัมภาษณ์ไทยรัฐไว้ว่า “ผมเป็นคนดุนะ แต่หลังเลิกงานจะเป็นคนสนุกสนานกับลูกน้อง หัวเราะเสียงดัง ผมว่ากับงานนั้นเราล้อเล่นไม่ได้”

          แต่แม้จะคร่ำเคร่งกับงานแค่ไหน ก็เป็นผู้ชายที่รักครอบครัว ชอบความสมถะธรรดาสามัญ และยังมีธรรมะไว้คอยยึดเหนี่ยวจิตใจ


เปิดอ่าน