มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

หากพูดถึงภาพรวมทั้งจังหวัด “ระยอง” คงไปได้ไม่บ่อยเท่าพัทยา หรือหัวหิน ด้วยระยะทางหรือความขึ้นชื่อด้านแหล่งท่องเที่ยวล้วนเป็นปัจจัยของการตัดสินใจ

     จริงอยู่ “เสม็ด” เกาะสวาทหาดสวรรค์ของใครหลายคนที่ไปแล้วก็อยากไปอีก แต่หากพูดถึงภาพรวมทั้งจังหวัด “ระยอง” คงไปได้ไม่บ่อยเท่าพัทยา หรือหัวหิน ด้วยระยะทางหรือความขึ้นชื่อด้านแหล่งท่องเที่ยวล้วนเป็นปัจจัยของการตัดสินใจ...แต่อยากบอกว่าถ้ารู้จักเมืองแห่งผลไม้และอุตสาหกรรมแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง มีโอกาสไปแล้วคงต้องเตรียมสตุ้งสตางค์เพิ่มเพราะเชื่อว่าคุณต้องยอมจ่ายเพื่อแลกกับประการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยพบเห็น...เชื่อมั้ยฮิ!

มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

หาดแสงจันทร์ มองจากโรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง

      ก่อนจะตอบคำถามต้องไปให้เห็นกับตา จากกรุงเทพฯ ถึงระยองเดินทางโดยรถยนต์ขับไปพักไปพอหายเมื่อยใช้เวลาไม่เกิน 3 ชม. พายุฤดูร้อนพาฟ้าฝนมาด้วยแม้จะน่าเป็นกังวลอยู่บ้างเพราะทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังในกับขับขี่เป็นสองเท่า แต่ภาพเขียวๆ ของต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางผลพลอยได้จากลมฝนก็พอให้หายเหนื่อย บรรยากาศดูไม่ต่างจากปักษ์ใต้แม้แต่ทะเลช่วงนี้ก็มีคลื่นค่อนข้างแรง ห่างจากตัวเมืองระยองเพียง 10 นาที อยากเล่นน้ำก็มีหาดใกล้สุดชื่อ “หาดแสงจันทร์” ดูเหมือนจะแปลกตาสำหรับผู้มาเยือนด้วยลักษณะแตกต่างจากหาดทรายทั่วๆ ไป 

มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

จุดแวะพักถ่ายรูปที่ทุ่งโปรงทอง

มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

     มองจากมุมสูงของโรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ที่พักอบอุ่นราวกับนอนอยู่ที่บ้าน จะเห็นหาดเป็นวงๆ ต่อกันไกลสุดลูกหูลูกตา ในเชิงศิลปะก็สวยงามแปลกตาดี ทว่าในแง่วิถีชีวิตที่เป็นแบบนี้ก็ด้วยฝีมือมนุษย์ที่พยายามบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมพร้อมๆ กับใส่ใจความเป็นอยู่ คือเขานำหินมาก่อเป็นเขื่อนยื่นออกไปในทะเล ทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำ เว้าเข้ามาในชายฝั่งเป็นเหมือนอ่าวเล็กๆ ถ้าไม่ทำแบบนี้ลมแรงจะพัดน้ำทะเลมากระทบหาด นานเข้าอาจก่อความเสียหายให้หาดและถนนได้ ภายในอ่าวเล็กๆ นี้น้ำไม่ลึกมาก เล่นน้ำได้แต่ก็ควรระวังไม่ว่ายน้ำออกไปในบริเวณปากอ่าว ระหว่างโขดหิน หรือบริเวณนอกโขดหินที่กั้นคลื่นลม เพราะจะเป็นช่วงที่กระแสน้ำอาจแปรปรวน

มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

เซลฟี่วนไปในทุ่งโปรงทอง

      คนระยองใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกตัวอย่างชัดๆ คือการที่คนในชุมชนปากแม่น้ำประแสช่วยกันเป็นหูเป็นตาอนุรักษ์ระบบนิเวศ ซึ่งนักท่องเที่ยวรู้จักกันดีกับ “ทุ่งโปรงทอง” พื้นที่ชุ่มน้ำป่าชายเลนที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลสำหรับเป็นแหล่งความรู้ สร้างความเข้าใจในเรื่องระบบนิเวศ นักท่องเที่ยวที่สนใจต้องเดินเท้าเข้าไป มีทางเดินกว้างประมาณ 1 เมตรสร้างจากไม้ยกพื้นสูง ทอดตัวไปตามป่าโกงกางและไม้โปรง ไฮไลท์เห็นจะอยู่ที่จุดกึ่งกลาง เป็นทุ่งต้นโปรงขนาดเล็กใบสีเขียวอ่อนค่อนไปทางเหลืองทองยามต้องแสงพระอาทิตย์ จึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียกขานกัน สวยงามแปลกตาดี แน่นอนว่าชาวเซลฟี่ทั้งหลายมีอะไรให้ทำเยอะเลย

มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

"ครูกัง" กับเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์สมัยอยุธยา

       อิ่มเอมกับธรรมชาติกันแล้วขากลับอย่าลืมแวะเติมอาหารตาและสมองกันที่ “พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง” อ.แกลง แหล่งท่องเที่ยวใหม่กิ๊กของระยองก็ว่าได้ เพราะเพิ่งเปิดให้เข้าชมเพียงปีเศษ ผลพวงจากภาวะการกลัวว่างงานของข้าราชการครูบำนาญ สมเกียรติ บุญช่วยเหลือ ที่หลังจากโบกมือลาอาชีพครูแล้วอยากหาอะไรทำแก้เบื่อ จึงกู้สหกรณ์ครูเป็นทุนซื้อหาของเก่า ของหายาก รวมกับของสะสมส่วนตัวตั้งแต่หนุ่มๆ จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ อาทิ ห้องภูมิปัญญาชาวบ้าน ร้านโชห่วย ร้านทอง ร้านตัดผม มีรถยนต์เก่ารุ่นคุณปู่ ตะเกียงเจ้าพายุ ธนบัตรเก่า เครื่องดนตรี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา ฯลฯ

มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

ซาลอนรุ่นคุณแม่

มุมมองใหม่-เก่า คลุกเคล้าเป็น “ระยอง”(ฮิ)

ล็อตเตอรี่สมัยฉบับละ 1 บาทก็มีให้ดู

      ในจำนวนของสะสมนับหมื่นชิ้นกว่าร้อยละ 90 ยังใช้งานได้ ถามว่าชิ้นไหนเก่าแก่สุด “ครูกัง” บอกต้อง “เครื่องเบญจรงค์” สมัยอยุธยาที่หาซื้อมาจากอ่างทอง ราคาค่างวดไม่ต้องถามประเมินยาก ยิ่งคุณค่าทางจิตใจมหาศาล ใครสนใจก็แวะไปเยี่ยมครูได้ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น. สอบถามเพิ่มเติม่โทร.08-7129-9405

    เก่า-ใหม่ผสมผสานอย่างกลมกล่อม แล้วระยองฮิ จะไม่จำเจอีกต่อไป...



เปิดอ่าน