“จากัวร์ เอฟ-เพซ”

เสือตัวใหม่พร้อมลุยป่าเอสยูวี

จากัวร์ ภายใต้การดูแลของผู้ทำตลาดรายใหม่ “อินช์เคป” ดูเหมือนมีความกระตือรือร้นที่จะทำตลาด เพื่อผลักดันให้เป็นสินค้าที่หลุดมาจากความเป็นตลาดเฉพาะ แต่สามารถขยายกลุ่มลูกค้าได้กว้างเหมือนกับรถในกลุ่มพรีเมียมอื่นๆ อย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งในด้านของสินค้าก็ดูมีความหลากหลายมากขึ้น หลังจากการมาของทั้ง เอ็กซ์อี รถขนาดเล็กที่สุดที่เจากัวร์เคยผลิตออกมาจำหน่าย และล่าสุดก็คือการเปิดตัว เอฟ-เพซ รถเอสยูวี ที่ตลาดกำลังให้ความนิยมมากขึ้น และแน่นอนเป็นเอยูวีคันแรกของจากัวร์เช่นกัน

เอฟ-เพซ เป็นเอสยูวีที่มีขนาดกำลังน่าใช้ ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เล็กเกินไป ใช้ส่วนตัวได้ ใช้ในกิจกรรมของครอบครัวก็ได้ และค่าตัวก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับคู่แข่งคือ 5.49 ล้านบาท

“จากัวร์ เอฟ-เพซ”

ที่มาที่ไปของเอฟ-เพซ ได้แรงบันดาลใจมาจากเอฟ-ไทป์ และรถต้นแบบ ซี-เอ็กซ์ 17 ซึ่งจากัวร์บอกว่าต้องการออกแบบให้ได้ทั้งสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตและความสามารถในการใช้งาน คือกว้างขวาง มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระเพียงพอ

จากัวร์ใส่เทคโนโลยีและอุปกรณ์มาตรฐานให้แก่เอฟ-เพซ พอควรเลยทีเดียว รวมถึง All Surface Progress Control (ASPC) ระบบนี้จะควบคุมคันเร่งและเบรกอัตโนมัติ ผู้ขับเพียงควบคุมพวงมาลัยเท่านั้น ระบบนี้ทำงานที่ความเร็ว 3.6-30 กม./ชม. ส่วนใครที่อยากควบคุมคันเร่งด้วยตัวเองก็เลือกใช้ฟังก์ชั่น Low-Friction Launch (LFL)

อินโฟเทนเมนต์และเชื่อมต่อการสื่อสาร ระบบ InControl Touch Pro ผ่านจอทัชสกรีน กุญแจ Activity Key ซึ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกในเอฟ-เพซ ในรูปแบบของสายรัดข้อมือกันน้ำ กันกระเทือน พร้อมระบบส่งข้อมูลในตัว ทำให้สะดวกไม่ว่าจะพกพากุญแจไปทำกิจกรรมได้หลากหลาย จะพายเรือ ว่ายน้ำก็ได้ ตัวนี้เหมือนกุญแจเสริม คือเมื่อสั่งล็อกแล้ว กุญแจหลักที่อาจเก็บไว้ในรถจะไม่สามารถใช้งานได้

ไว-ไฟ ฮอตสปอร์ต เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารได้สูงสุด 8 ตัว

สำหรับขนาดของรถมีความยาว 4,731 มม. และความยาวฐานล้อ 2,874 มม. โครงสร้างรถเป็นอะลูมิเนียม 80% และใช้วัสดุคอมโพสิตในฝาท้ายรถและแมกนีเซียมในชิ้นส่วนบางจุด เช่น ชุดคานขวาง ซึ่งช่วยให้รถมีน้ำหนักเบาลง  

ช่วงล่างหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบนและช่วงล่างอินเทกรัล ลิงค์

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 180 แรงม้า ทำงานได้ดี อัตราเร่งดี ช่วยให้การขับขี่คล่องตัวมาก เร่งแซงสบายใจได้ ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ของจากัวร์ที่อยากเห็นมันเป็นสปอร์ต เอสยูวี และยังเป็นดีเซลที่ค่อนข้างเงียบ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบออลวีลไดรฟ์ โดยส่งกำลังไปที่ล้อหลังเป็นหลัก แต่จะกระจายไปยังล้อหน้าเมื่อพบว่ามีความต้องการ เพื่อช่วยให้รถมีการทรงตัว และยึดเกาะถนนที่ดี

จากการลองขับระยะประมาณ 70 กม.บนถนนเพชรเกษม แถวๆสุราษฎร์ธานี น่าพอใจทีเดียว รถมีการทรงตัวที่ดี ทางโค้งก็สามารถใช้ความเร็วได้ดี และแม้จะเป็นรถที่มีความสูงมากกว่ารถเก๋ง แต่การขับขี่ไม่ต่างกัน ทั้งความสนุก สปอร์ต คล่องตัว สามารถซอกแซกเปลี่ยนช่องทางไปมา ซึ่งเป็นความจำเป็นสำหรับการขับขี่ในบ้านเราไปแล้ว

การเบรกแรงก็ทำได้ดีเช่นกัน ซึ่งได้ใช้อยู่หลายครั้งบนถนนเส้นนี้ ระยะการเบรกไว้ใจได้ และการทรงตัวขณะเบรกทำได้ดีมาก นิ่ง และอาการหน้าทิ่มท้ายยกแทบไม่มีให้รู้สึก

พวงมาลัยแม่นยำทีเดียว และน้ำหนักก็ดีเช่นกัน ขับสบายๆ ที่ความเร็วต่ำ และที่ความเร็วสูง น้ำหนักเพิ่มขึ้นพอดีๆ ช่วยให้ไม่รู้สึกว่าต้องเพิ่มความใส่ใจกับมันมากขึ้น แค่ควบคุมสบายๆ กำหลวมๆ ไม่ต่างจากการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ  

ความสวยงามก็แล้วแต่มุมมอง แต่ส่วนตัวผมเห็นว่าสวยดี ขนาดกำลังดี เส้นสายต่างๆ อุปกรณ์ ให้ความรู้สึกหรู ผสมสปอร์ต แบบพอดีๆ ไม่มากไป ไม่น้อยไป ภายในห้องโดยสารก็เช่นกัน กำลังดี ส่วนพื้นที่อาจจะไม่กว้างนัก แต่โดยรวมก็ถือว่านั่งได้สบายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยที่เบาะหลังยังสามารถปรับเอนได้ เพิ่มความสบายในการเดินทางทั้งครอบครัวครับ


เปิดอ่าน