สัมผัส อี คูเป้ เบนซ์ “E400 4MATIC”

สนุก เร้าใจ เครื่องแรง ช่วงล่างนิ่ง

  สัปดาห์ก่อน “คม ชัด ลึก” นำเสนอบททดสอบเมอร์เซเดส-เบนซ์ “E300 Coupe” ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดจำหน่ายในบ้านเราแล้ว แต่วันนี้ผมมีอีกคันมาฝากกัน แม้จะยังไม่มีแผนทำตลาดในเมืองไทย แต่ก็เป็นรถที่น่าสนใจโดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์การขับขี่ที่ขับได้สนุกทีเดียว ก็คือ E400 4MATIC

  และแน่นอนการทดสอบขับก็ยังเป็นเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และพื้นที่รอบๆ ซึ่งบาร์เซโลนาเป็นอีกเมืองหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมเดินทางไปเยี่ยมเยือน มีศิลปวัฒนธรรมหลายอย่างที่ผู้คนสนใจ โดยเฉพาะโบสถ์ ซากราดา ฟามีเลีย ผลงานสุดแสนติสต์ชิ้นโบแดงของ อันตอนี เกาดี ที่ปัจจุบันแม้จะสวยงามแต่ก็ถือว่ายังสร้างไม่เสร็จ

  ผลงานของเกาดี ยังมีให้เห็นเกลื่อนเมืองตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างปาร์คเกวย์, พิพิธภัณฑ์คาซา บาเทลโล, อาคารคาซา มิลา ไปจนถึงร้านขายของที่ระลึกที่นำผลงานของเกาดีมาทำขายหลากหลายรูปแบบ

สัมผัส อี คูเป้ เบนซ์ “E400 4MATIC”

  สเปนจัดเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ค่ายรถยุโรปนิยมจัดกิจกรรมทดสอบรถ อาจจะเกี่ยวกับเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศที่ค่อนข้างปลอดโปร่ง บางพื้นที่ก็ไม่มีหิมะมารบกวน ความพร้อมของที่พัก ค่าครองชีพ และความพร้อมของสาธารณูปโภค ถนนหนทางที่ได้มาตรฐาน

  สภาพบ้านเมือง ถนนหนทางก็คล้ายๆ กับประเทศอื่นๆ ในยุโรป มีทางด่วน ทางแยก วงเวียนเยอะ รถราบางพื้นที่ก็หนาตา แต่การออกแบบถนนและความมีวินัย มีมารยาทในการใช้รถใช้ถนนที่ค่อนข้างดี ทำให้ขับรถแล้วสบายใจ

  แม้แต่เมื่อต้องซอกแซกเข้าสู่เขตใจกลางเมืองไปจนถึงริมทะเล ที่เห็นโคลัมบัส ยืนชี้นิ้วออกทะเลเหมือนเตรียมออกล่าอาณานิคมอยู่ตลอดเวลา

  ย้อนกลับมาที่ E400 4MATIC เรื่องของการนั่ง การโดยสารคงไม่ต้องพูดถึงมากครับ เพราะมีคุยกันไปแล้วในฉบับที่ผ่านมา ซึ่งจุดเด่นก็คือความกว้างขวางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้โดยสารด้านหลังที่นั่งได้สบายทั้งขนาดเบาะนั่ง พื้นที่ช่วงเข่า พื้นที่เหนือศีรษะ แม้ว่าโครงสร้างหลังคาที่ลาดลงอาจจะทำให้รู้สึกไม่โล่งโปร่งเท่ากับซีดาน แต่การมีซันรูฟขนาดใหญ่ เมื่อเปิดเฉพาะตัวม่านบังแสงให้แสงเข้าก็ช่วยให้ดูโปร่งสบายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ตัวถังของคูเป้เตี้ยกว่าซาลูน 15 มม. เพราะมีเป้าหมายการขับขี่ที่แตกต่างกัน

  ภายในการตกแต่งแตกต่างจาก E300 Coupe เบาะทูโทน ขาวดำ คอนโซลและส่วนประกอบอื่นเน้นโทนสีดำ มันวาว เพื่อขับอารมณ์สปอร์ตออกมา และดูเหมือนว่าจะช่วยขับให้อุปกรณ์บางอย่างดูโดดเด่นขึ้นมากกว่าที่เห็นใน E300 เช่น จอไวด์สกรีน 12.3 นิ้ว หรือช่องแอร์ลวดลายล้ออัลลอย

  เครื่องยนต์ วี 6 เบนซิน 24 วาล์ว ขนาด 2,996 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้าที่ 5,200-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรที่ 1,600-4,000 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC 9 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม.ต่อชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากข้อมูลโรงงาน 12.3 กม.ต่อลิตร และอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 183 กรัมต่อกม.

 กำลังเครื่องยนต์เหลือๆ อัตราเร่งดี การขับบนทางระหว่างเมืองทำได้สบายๆ เติมความเร็วได้รวดเร็วขึ้นไป 160-170 ไม่ยาก แต่ที่ยากกว่าคือต้องคอยสังเกตรถของคนท้องถิ่น เพราะจริงๆ แล้วที่นี่จำกัดความเร็ว 120 เท่านั้น

 และเมื่อเข้าสู่เส้นทางภูเขาความกระฉับกระเฉงของเครื่องยนต์ช่วยให้ขับได้สนุก รถออกจากโค้งได้เร็ว หรือช่วงต้องเร่งแซงบนถนนเล็กๆ ที่บางช่วงไม่มีแม้แต่เส้นแบ่ง ก็เรียกกำลังเครื่องยนต์มาใช้งานได้อย่างมั่นใจ

  ช่วงล่างเกาะถนนมั่นใจได้ ความนุ่มกำลังดี ซึ่งผมเลือกใช้โหมดสแตนดาร์ด ไม่ได้ขึ้นไปที่สปอร์ตแต่อย่างใด แต่ก็สามารถขับขี่ในเส้นทางแบบนี้ได้ดีไม่นุ่มจนย้วยและไม่แข็งจนกระด้าง และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่วนใหญ่จะขับล้อหลังเป็นหลัก ล้อหน้ามาช่วยเป็นบางโอกาส ก็ช่วยงานได้ดีอย่างรู้สึกได้ในเส้นทางนี้ โดยเมื่อหน้ารถเข้าสู่ทางโค้งแล้วยังสามารถเติมคันเร่งลงไปได้อีก แรงที่ส่งไปยังล้อหน้าช่วยดึงรถให้สู่เส้นทางได้ดีขึ้น พูดภาษาง่ายๆ ก็คือมันมีความคมนั่นเองครับ สามารถลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คดโค้งไปมาได้อย่างลื่นไหล ทำความเร็วในการเดินทางได้ดี และเมื่อได้ความแม่นยำของพวงมาลัยที่มีระบบไฟฟ้าช่วยเหลือต้องบอกว่าช่วยให้มันโลดแล่นบนเส้นทางชานกรุงบาร์เซโลนาได้เหมือนกับคุ้นเคยกันมานาน

 การเก็บเสียงทำได้ดี ทั้งเสียงยางและเสียงลมปะทะ ซึ่งเป็นผลจากการออกแบบค่าซีดีที่ต่ำ คือ 0.25 แต่เสียงท่อที่คำรามทุ้มๆ เบาๆ อย่างตั้งใจให้แทรกเข้ามาในห้องโดยสาร ยามกดคันเร่งลงไปก็ยิ่งกระตุ้นหัวใจให้อยากทะยานไปในทันที


เปิดอ่าน